คัมภีร์สมุฏฐานวินิจฉัย

คัมภีร์สมุฏฐานวินิจฉัย

การที่จะตรวจวินิจฉัยโรคใดนั้น จะต้องรู้อาการไข้ รู้ประวัติ และสาเหตุที่เจ็บป่วย จึงจะทำให้รู้ว่าเป็นโรคอะไร แก้ไขด้วยวิธีใด จึงจะต้องมีวิธีตรวจไข้ โดยพิจารณาจากสิ่งแวดล้อมนอกร่างกาย ได้แก่ ภูมิประเทศ และภูมิอากาศ ดังรายละเอียดตามคัมภีร์ดังต่อไปนี้

คัมภีร์สมุฏฐานวินิจฉัย กล่าวถึงการค้นหาสาเหตุแห่งไข้ หรือการพยากรณ์โรคและไข้ต่างๆ โดยกล่าวถึงกองพิกัดสมุฏฐาน 4 ประการคือ

สมุฏฐานทั้ง 4 ประการนี้ แพทย์ทั้งหลายพึงเรียนรู้แจ้ง เพราะเป็นที่ตั้งแห่งภูมิโรค และภูมิแพทย์ทั้งปวง แพทย์ใดไม่ได้รู้แจ้ง แพทย์นั้นชื่อว่า “มิจฉาญาณแพทย์” แพทย์ใดประกอบด้วยวิจารณปัญญารู้แจ้ง แพทย์นั้นชื่อว่า “เสฎฐญาณแพทย์”

กองพิกัดสมุฏฐาน 4 ประการ และเป็นมหาพิกัดสมุฏฐาน มีดังนี้
1. ธาตุสมุฏฐาน แบ่งออกได้ 4 กอง คือ
1.1) สมุฏฐานเตโชธาตุพิกัด
เป็นที่ตั้งแห่งจตุกาลเตโช (ธาตุไฟ 4) ซึ่งจะเป็น ชาติ (เกิดขึ้น) จลนะ (เคลื่อนไป) ภินนะ (แตก)
ก็อาศัย พัทธปิตตะ (ดีในฝัก) อพัทธปิตตะ (ดีนอกฝัก)  กำเดา (เปลวแห่งความร้อน)  ทั้ง 3 อย่างนี้ให้เป็นเหตุในกองเตโชธาตุ พิกัดสมุฏฐานกองหนึ่ง

 

1.2) สมุฏฐานวาโยธาตุพิกัด
เป็นที่ตั้งแห่ง ฉกาลวาโย (ธาตุลม 6) ซึ่งจะวิปริตเป็นชาติ (เกิดขึ้น) จลนะ (เคลื่อนไป) ภินนะ (แตก) ก็อาศัย หทัยวาตะ (ลมที่หัวใจ)  สัตถะวาตะ (ลมเสียดแทง) สุมนาวาตะ (ลมในเส้น) ทั้ง 3 อย่างนี้ เป็นเหตุในกองวาโยธาตุ พิกัดสมุฏฐานกองหนึ่ง

1.3) สมุฏฐานอาโปธาตุพิกัด
เป็นที่ตั้งแห่งทวาทศอาโป (ธาตุน้ำ 12) ซึ่งจะวิปริตเป็นชาติ (เกิดขึ้น) จลนะ (เคลื่อนไป) ภินนะ (แตก) ก็อาศัย ศอเสมหะ (เสมหะในลำคอ)  อุระเสมหะ (เสมหะในทรวงอก) คูถเสมหะ (เสมหะที่ทวารหนัก) ทั้ง 3 อย่างนี้ เป็นเหตุในกองอาโปธาตุ พิกัดสมุฏฐานกองหนึ่ง

 

1.4) สมุฏฐานปถวีธาตุพิกัด
เป็นที่ตั้งแห่งวีสติปถวี (ธาตุดิน 20) ซึ่งจะวิปริตเป็นชาติ (เกิดขึ้น)  จลนะ (เคลื่อนไป)  ภินนะ (แตก) ก็อาศัย หทัยวัตถุ (ก้อนเนื้อหัวใจ) อุทริยะ (อาหารใหม่) กรีสะ (อาหารเก่า) ทั้ง 3 อย่างนี้เป็นเหตุในกองปถวีธาตุ พิกัดสมุฏฐานกองหนึ่ง

 

ธาตุธาตุสมุฏฐานกระทบ
ปถวีธาตุหทัยวัตถุอุทริยะกรีสะวีสติปถวี
อาโปธาตุศอเสมหะอุระเสมหะคูถเสมหะทวาทศอาโป
วาโยธาตุหทัยวาตะสัตถกวาตะสุมนาวาตะฉกาลวาโย
เตโชธาตุพัทธปิตตะอพัทธปิตตะกำเดาจตุกาลเตโช

 

 

  1. ฤดูสมุฏฐานฤดูสมุฏฐาน มี 2 ฤดู คือ ฤดู 3 กับ ฤดู 6
    2.1) ฤดู 3 ในปี 1 แบ่งออกเป็น 3 ฤดูๆ ละ 4 เดือน คือ
    (1) คิมหันตฤดู (ร้อน) นับตั้งแต่แรม 1 ค่ำเดือน 4 ไปจนถึงขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 พิกัดปิตตะสมุฏฐานให้เป็นเหตุ
    (2) วสันตฤดู (ฝน) นับตั้งแต่แรม 1 ค่ำเดือน 8 ไปจนถึงขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 พิกัดวาตะสมุฏฐานให้เป็นเหตุ
    (3) เหมันตฤดู (หนาว) นับตั้งแต่แรม 1 ค่ำเดือน 12 ไปจนถึงขึ้น 15 ค่ำ เดือน 4
ฤดูสมุฏฐาน ฤดู 3พิกัด
คิมหันตสมุฏฐานปิตตะ
วัสสานะสมุฏฐานวาตะ
เหมันตะสมุฏฐานเสมหะ

 

พิกัดเสมะสมุฏฐานให้เป็นเหตุ
2.2) ฤดู 6 ในปี 1 แบ่งออกเป็น 6 ฤดูๆ ละ 2 เดือน
(1) คิมหันตฤดู นับตั้งแต่แรม 1 ค่ำเดือน 4 ไปจนถึงขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6
พิกัดปิตตะสมุฏฐาน เสมหะสมุฏฐานระคนให้เป็นเหตุ
(2) วสันตฤดู นับตั้งแต่แรม 1 ค่ำเดือน 6 ไปจนถึงขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8
พิกัดปิตตะสมุฏฐาน วาตะสมุฏฐานระคนให้เป็นเหตุ
(3) วัสสานฤดู นับตั้งแต่แรม 1 ค่ำเดือน 8 ไปจนถึงขึ้น 15 ค่ำ เดือน 10
พิกัดวาตะสมุฏฐาน ปิตตะสมุฏฐานระคนให้เป็นเหตุ(4) สาระทะฤดู นับตั้งแต่แรม 1 ค่ำเดือน 10 ไปจนถึงขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12
พิกัดวาตะสมุฏฐาน เสมหะสมุฏฐานระคนให้เป็นเหตุ
(5) เหมันตฤดู นับตั้งแต่แรม 1 ค่ำเดือน 12 ไปจนถึงขึ้น 15 ค่ำ เดือน 2
พิกัดเสมหะสมุฏฐาน วาตะสมุฏฐานระคนให้เป็นเหตุ(6) ศิศิระฤดู นับตั้งแต่แรม 1 ค่ำเดือน 2 ไปถึงขึ้น 15 ค่ำ เดือน 4
พิกัดเสมหะสมุฏฐาน ปิตตะสมุฏฐานระคนให้เป็นเหตุ

ฤดูสมุฏฐาน ฤดู 6พิกัดหลักพิกัดระคน
คิมหันตสมุฏฐานปิตตะเสมหะระคน
วะสันตะสมุฏฐานปิตตะวาตะระคน
วัสสานะสมุฏฐานวาตะปิตตะระคน
สระทะสมุฏฐานวาตะเสมหะระคน
เหมันตะสมุฏฐานเสมหะวาตะระคน
ศิริระสมุฏฐานเสมหะปิตตะระคน
  1. อายุสมุฏฐานแบ่งออกเป็นได้ 3 วัย ดังนี้3.1) ปฐมวัย (พาลทารก หรือวัยทารก)
    นับแต่คลอดจากครรภ์มารดา จนอายุได้ 16 ปี เสมหะเป็นเจ้าเรือน เจือไปในสมุฏฐานทั้งปวง ถ้าจะให้โทษก็มีกำลังกว่าสมุฏฐานทั้งหลาย คือ หมายความว่า ตั้งแต่แรกเกิดถึงอายุ 16 ปี เป็นอายุแห่งเสมหะ ถ้าบังเกิดโรคมีกำลัง 12 องศาเป็นกำหนด ถ้าเป็นโรคสิ่งใดให้ตั้งเสมหะ เป็นต้น วาตะเป็นที่สุด

3.2) มัชฌิมวัย (พาลปานกลาง หรือวัยกลางคน)
นับตั้งแต่อายุ 16 ปีขึ้นไปจนถึง 30 ปี ปิตตะเป็นเจ้าเรือนย่อมเจือไปในสมุฏฐานทั้งปวง ถ้าจะให้โทษก็มีกำลังกว่าสมุฏฐานทั้งหลาย คือ หมายความว่า ตั้งแต่อายุ 16 – 30 ปี เป็นอายุแห่งปิตตะ ถ้าจะบังเกิดโรคมีกำลัง 7 องศาเป็นกำหนด ถ้าเป็นไข้ลงในอายุสมุฏฐานนี้ ให้ตั้งปิตตะ เป็นต้น เสมหะเป็นที่สุด

3.3) ปัจฉิมวัย (พาลผู้เฒ่า หรือวัยผู้เฒ่า)
นับตั้งแต่อายุ 30 ปีขึ้นไป จนถึงอายุขัย วาตะเป็นเจ้าเรือนเจือไปในสมุฏฐานทั้งปวง ถ้าจะให้โทษก็มีกำลังกว่าสมุฏฐานทั้งหลาย คือ หมายความว่า ตั้งแต่อายุ  30 ปีขึ้นไป ถึงสิ้นอายุขัยเป็นอายุแห่งวาตะถ้าบังเกิดโรคมีกำลัง 10 องศา ถ้าเป็นไข้ลงในอายุสมุฏฐานนี้ให้ตั้ง วาตะ เป็นต้น ปิตตะเป็นที่สุด

อายุสมุฏฐาน
ชื่อวัยชื่อเรียกอื่นๆช่วงอายุสมุฏฐาน
ปฐมวัยพาลทารกแรกเกิด – 16 ปีเสมหะ
มัชฌิมวัยพาลปานกลาง16 ปี – 30 ปีปิตตะ
ปัจฉิมวัยพาลผู้เฒ่า30 ปี – เสียชีวิตวาตะ

 

 

 

  1. กาลสมุฏฐานกล่าวถึงกาล 3 ว่า เป็นสมุฏฐานของโรค ดังนี้
    4.1) กาล 3 กลางวัน
    1) ตั้งแต่ย่ำรุ่งจนถึง 4 โมงเช้า (06.00 น. – 10.00 น.) เป็นพิกัดเสมหะกระทำ
    2) ตั้งแต่ 4 โมงเช้าถึงบ่าย 2 โมง (11.00 น. – 14.00 น.) เป็นพิกัดปิตตะกระทำ
    3) ตั้งแต่บ่าย 2 โมงถึงย่ำค่ำ (15.00 น. – 18.00 น.) เป็นพิกัดวาตะกระทำ
    4.2) กาล 3 กลางคืน1) ตั้งแต่ย่ำค่ำจนถึง 4 ทุ่ม (18.00 น. – 22.00 น.) เป็นพิกัดเสมหะ กระทำ
    2) ตั้งแต่ 4 ทุ่มถึงตี 2 (23.00 น. – 02.00 น.) เป็นพิกัดปิตตะกระทำ
    3)  ตั้งแต่ตี 2 ถึงย่ำรุ่ง (03.00 น. – 06.00 น.) เป็นพิกัดวาตะกระทำ
    หมายเหตุ ช่วงระยะเวลาในกาลสมุฏฐานนี้  อ้างอิง ตำราแพทย์ศาสตร์สงเคราะห์
เวลาสมุฏฐานเวลาสมุฏฐาน
06.00 – 07.00เสมหะ18.00 – 19.00เสมหะ
07.00 – 08.00เสมหะ19.00 – 20.00เสมหะ
08.00 – 09.00เสมหะ20.00 – 21.00เสมหะ
09.00. – 10.00เสมหะ21.00. – 22.00เสมหะ
10.00 – 11.00ไม่ระบุ22.00 – 23.00ไม่ระบุ
11.00 – 12.00ปิตตะ23.00 – 24.00ปิตตะ
12.00 – 13.00ปิตตะ24.00 – 01.00ปิตตะ
13.00 – 14.00ปิตตะ01.00 – 02.00ปิตตะ
14.00 – 15.00ไม่ระบุ02.00 – 03.00ไม่ระบุ
15.00 – 16.00วาตะ03.00 – 04.00วาตะ
16.00 – 17.00วาตะ04.00 – 05.00วาตะ
17.00 – 18.00วาตะ05.00 – 06.00วาตะ

เสมหะ ปิตตะ และวาตะกำเริบ ในกาลดังนี้

เสมหะกำเริบ ในกาลเมื่อเช้าก็ดีืเมื่อบริโภคอาหารแล้วก็ดี ในเมื่อพลบค่ำก็ดี เป็นกระทรวง (ส่วน) กาลสมุฏฐานเสมหะกระทำ
ปิตตะกำเริบ ในกาลเมื่อตะวันเที่ยงก็ดี ในกาลเมื่ออาหารยังไม่ย่อยยับก็ดี ในกาลเมื่อเที่ยงคืนก็ดี เป็นกระทรวง (ส่วน) กาลสมุฏฐานปิตตะกระทำ
วาตะกำเริบ ในกาลเมื่อบ่ายก็ดี ในกาลเมื่ออาหารย่อยแล้ว และในกาลเมื่อนอนหลับ เป็นกระทรวง (ส่วน) กาลสมุฏฐานวาตะกระทำ

ธาตุทั้ง 4 กำเริบ หย่อน พิการ ตามสุริยะคติดำเนินในห้วงจักรราศี มีดังนี้

1. พระอาทิตย์สถิตย์ในราศีเมษ สิงห์ ธนู เป็นราศีของเตโชธาตุ
2. พระอาทิตย์สถิตในราศี พฤษภ กันย์ มังกร เป็นราศีของปถวีธาตุ
3. พระอาทิตย์สถิตในราศี เมถุน ตุลย์ กุมภ์ เป็นราศีของวาโยธาตุ
4. พระอาทิตย์สถิตในราศี กรกฎ พิจิก มีน เป็นราศีของอาโปธาตุ

 

  1. พิกัดราศีเตโชธาตุ กำเริบ หย่อน พิการ
    1) เตโชธาตุกำเริบตั้งแต่แรมค่ำ 1 เดือน 4 ถึงขึ้น 15 ค่ำเดือน 5
    พระอาทิตย์สถิตในราศีเมษ เตโชธาตุสมุฏฐานกำเริบ
    พัทธปิตตะ (ดีในฝัก) ระคนให้เป็นเหตุ
    2) เตโชธาตุหย่อน ตั้งแต่แรมค่ำ 1 เดือน 8 ถึงขึ้น 15 ค่ำเดือน 9
    พระอาทิตย์สถิตในราศีสิงห์ เตโชธาตุสมุฏฐานหย่อน
    อพัทธปิตตะ (ดีนอกฝัก) ระคนให้เป็นเหตุ
    3) เตโชธาตุพิการ ตั้งแต่แรม 1 ค่ำเดือน 12 ถึงขึ้น 15 ค่ำเดือน 1
    พระอาทิตย์สถิตในราศีธนู เตโชธาตุสมุฏฐานพิการ
    กำเดา (เปลวแห่งวาโยโลหิต) ระคนให้เป็นเหตุ
  2. พิกัดราศีปถวีธาตุ กำเริบ หย่อน พิการ
    1) ปถวีธาตุกำเริบตั้งแต่แรมค่ำ 1 เดือน 5 ถึงขึ้น 15 ค่ำเดือน 6
    พระอาทิตย์สถิตย์ในราศีพฤษภ ปถวีธาตุสมุฏฐานกำเริบ
    หทัยวัตถุ (ก้อนเนื้อหัวใจ) ระคนให้เป็นเหตุ
    2) ปถวีธาตุหย่อน ตั้งแต่แรม 1 ค่ำเดือน 9 ถึงขึ้น 15 ค่ำเดือน 10
    พระอาทิตย์ในราศีกันย์ ปถวีธาตุสมุฏฐานหย่อน
    อุทริยะ (อาหารใหม่) ระคนให้เป็นเหตุ
    3) ปถวีธาตุพิการ ตั้งแต่แรมค่ำ 1 เดือน 1 ถึงขึ้น 15 ค่ำเดือน 2
    พระอาทิตย์ในราศีมังกร ปถวีธาตุสมุฏฐานพิการ
    กรีสะ (อาหารเก่า) ระคนให้เป็นเหตุ
  3. พิกัดวาโยธาตุ กำเริบ หย่อน พิการ
    1) วาโยธาตุกำเริบตั้งแต่แรมค่ำ 1 เดือน 6 ถึงขึ้น 15 ค่ำเดือน 7
    พระอาทิตย์ในราศีเมถุน วาโยธาตุสมุฏฐานกำเริบ
    หทัยวาตะ (ลมที่หัวใจ) ระคนให้เป็นเหตุ
    2) วาโยธาตุหย่อน ตั้งแต่แรม 1 ค่ำเดือน 9 ถึงขึ้น 15 ค่ำเดือน 10
    พระอาทิตย์ในราศีตุลย์ วาโยธาตุสมุฏฐานหย่อน
    สัตถกวาตะ (ลมเสียดแทง) ระคนให้เป็นเหตุ
    3) วาโยธาตุพิการ ตั้งแต่แรม 1 ค่ำ  เดือน 2 ถึงขึ้น 15 ค่ำเดือน 3
    พระอาทิตย์ในราศีกุมภ์ วาโยธาตุสมุฏฐานพิการ
    สุมนาวาตะ (ลมในเส้น) ระคนให้เป็นเหตุ
  4. พิกัดราศีอาโปธาตุ กำเริบ หย่อน พิการ
    1) อาโปธาตุกำเริบตั้งแต่แรม 1 ค่ำเดือน 7 ถึงขึ้น 15 ค่ำเดือน 8
    พระอาทิตย์สถิตย์ในราศีกรกฏ อาโปธาตุสมุฏฐานกำเริบ
    ศอเสมหะ (เสมหะในลำคอ) ระคนให้เป็นเหตุ
    2) อาโปธาตุหย่อน ตั้งแต่แรม 1 ค่ำเดือน 11 ถึงขึ้น 15 ค่ำเดือน 12
    พระอาทิตย์สถิตย์ในราศีพิจิก อาโปธาตุสมุฏฐานหย่อน
    อุระเสมหะ (เสมหะในทรวงอก) ระคนให้เป็นเหตุ
    3) อาโปธาตุพิการ ตั้งแต่แรม 1 ค่ำเดือน 3 ถึงขึ้น 15 ค่ำเดือน 4
    พระอาทิตย์สถิตย์ในราศีมีน อาโปธาตุสมุฏฐานพิการ
    คูถเสมหะ (เสมหะที่ทวารหนัก) ระคนให้เป็นเหตุ