คัมภีร์วิถีกุฏฐโรค

คัมภีร์วิถีกุฏฐโรค

          ในที่นี้จะคัดมาแสดงลักษณะแต่พอเป็นสังเขปโดยย่อ คำว่าโรคเรื้อนนั้นย่อมเป็นที่มาหลายสมุฏฐาน แต่จะอธิบายเหตุที่เกิดของโรคนี้โดยเฉพาะเท่านั้น แหล่งที่เกิดของโรคนี้ คือ

          บังเกิดแต่กองปัถวีธาตุ จำพวกหนึ่ง

          บังเกิดแต่กองอาโปธาตุ จำพวกหนึ่ง

          บังเกิดแต่กองวาโยธาตุ จำพวกหนึ่ง

          บังเกิดแต่ชาติสัมพันธ์ตระกูล จำพวกหนึ่ง

          บังเกิดด้วยสามัคคีรสได้หลับนอนระคนกัน จำพวกหนึ่ง

          บังเกิดด้วยเป็นอุปปาติกะ จำพวกหนึ่ง

         อันว่าพยาธิโรคทั้ง ๗ จำพวกนี้ บังเกิดด้วยกิมิชาติ เบียดเบียนกัดกินอยู่ในร่างกายของสัตว์ โรคอยู่ในกระดูกและชิ้นเนื้อของตนเองให้เป็นเหตุ ถ้าเกิดในกระดูก สมมติว่าเป็นกุฏฐังเป็นอติสัยโรครักษายาก ตามตำราท่านว่าเป็นอาการตัด คือรักษาไม่หาย ถ้าเกิดในชิ้นเนื้อสมมติว่าเป็นโรคเรื้อนเป็นอสาทยะโรค รักษายากนัก แต่ท่านว่าไม่ตัด คือมีโอกาสรักษาหายอยู่ รวมว่าโรคนี้แหล่งที่เกิดมี ๒ แห่ง คือ เกิดในกระดูก ๑ เกิดตามชิ้นเนื้อ ๑

        ลักษณะกุฏฐโรค   อันบังเกิดแต่กองปัถวีธาตุ เมื่อจะบังเกิดกระทำให้เมื่อยในข้อกระดูกและในเส้นเอ็นน้อยใหญ่ ให้ผิวเนื้อชาสากแล้วขึ้นใบหูก่อน เป็นดังดุจมดตะนอยต่อยแล้วลามไปบวมที่หน้า แล้วไปบวมทั้งตัวดำดุจหนังแรด ถ้ารักษามิหายแก่เข้าจึงกระทำให้นิ้วมือนิ้วเท้าบวม แล้วแตกเป็นน้ำเหลืองเน่ากินกุดเข้าไป อาการดังกล่าวมานี้ ถ้ารักษาจะได้ ๑ ส่วนไม่ได้ ๓ ส่วน

           ลักษณะกุฏฐโรคอันบังเกิดแต่กองอาโปธาตุ   เมื่อจะบังเกิดนั้น คือโลหิตและน้ำเหลืองซึ่งกำเริบ หย่อน พิการ ระคนกันเข้ากระทำโทษมีประเภทต่าง ๆ บางทีให้เสียวไปในชิ้นเนื้อและผิวหนัง บางทีให้เขม่นไปในแถวเส้นเอ็นและผิวเนื้อ ถ้าจะตั้งขึ้นที่ใดให้เขม่นริก ๆ ไปในที่นั้นก่อน แล้วจึงตั้งขึ้นมาเท่าเมล็ดถั่วเมล็ดงา ดุจดังเกลื้อนแล้วค่อยเจริญขึ้นไป เท่าใบมะขาม ใบส้มป่อย ใบพุทรา กระทำให้ผิวเนื้อนั้นมึน หยิกไม่เจ็บให้เป็นเหน็บและชาไป  ให้ผิวเนื้อนั้นนวลดุจผิวน้ำเต้า ซึ่งโรคนี้โลกสมมติว่าเรื้อนน้ำเต้า ถ้าแก่เข้ามากไปจะให้เมื่อยแล้วให้บวมนิ้วมือนิ้วเท้าและบวมทุกข้อทุกกระดูกต่อกัน แล้วก็จะเปื่อยออกเป็นน้ำเหลือง กินกุดเข้าไปทั้งนิ้วมือและนิ้วเท้า และใบหูทั้ง ๒ ก็หนาขึ้น ผิวหน้าดุจผิวมะกรูด แต่ผิวขาวไม่แดงดุจเรือนเพลิงลักษณะดังกล่าวมานี้เป็นอสาทยะโรค รักษายากนัก

          ลักษณะกุฏฐโรคอันบังเกิดแต่กองเตโชธาตุ เมื่อจะบังเกิดนั้นกระทำให้เมื่อยทั่วสรรพางค์กาย และให้สะบัดร้อนสะท้านหนาวดุจ คัมภีร์วิถีกุฏฐโรค  เป็นไข้ และผุดแดงขึ้นมาเป็นเม็ด สัณฐานดุจประดงเพลิง แล้วก็เป็นมาอีกเล่าถึง ๒๓ ครั้ง แล้วจึงจับขึ้นที่หูก่อน ให้ใบหูหนาจึงผุดแดงขึ้นมา เป็นผื่นดังมดตะนอยกัด แล้วจึงลามขึ้นแก้มและหน้าผากแล้วลามไปทั่วตัว แดงดุจดังเพลิง ถ้าแก่เข้าจะกระทำให้ตัวพองไปดุจเพลิงไหม้ แล้วจะเปื่อยบวมกระดูกกุด ท่านกล่าวไว้ว่าลักษณะเรือนเพลิงนี้เป็นอติไสโรค

          ลักษณะกุฏฐโรคอันบังเกิดแต่กองวาโยธาตุ เมื่อจะบังเกิดนั้น คือวาโยธาตุ กำเริบ หย่อน พิการ พัดซ่านไปตามผิวเนื้อและผิวหนังกระทำให้เนื้อนั้นแข็งเป็นข้อขอดเป็นเมล็ดเท่าผลพุทราบ้าง เท่าผลมะกรูดและผลมะนาวบ้าง ให้หนังและเนื้อนั้นเป็นเหน็บและชา จะหยิกหรือเอามีดเชือดก็มิเจ็บ ต่อมาก็แตกออกเป็นขุม ๆ เปื่อยเน่าเหม็นดุจซากศพ กินจนกระดูกผุด้วน กุฏฐโรคนี้โลกสมมติว่าเรื้อนมะกรูดเป็นอสาทยะโรค ลักษณะดังกล่าวมานี้ตาย ๑๐ ส่วนได้ ๑ ส่วน

          ลักษณะกุฏฐโรคอันบังเกิดเนื่องกันมาแต่สัมพันธ์ตระกูลจำพวก ๑ โรคเรื้อนอันบังเกิดด้วยสามัคคีหลับนอนระคนอยู่ด้วยกันเป็นนิจจำพวก ๑ โรคเรื้อนอันเป็นอุปปาติกะหาเหตุมิได้ อยู่ดี ๆ ก็เกิดขึ้นเอง และธาตุทั้งปวงก็มิได้ผิดปกติแปรปรวน โรคทั้ง ๓ จำพวกนี้ให้แก้ตามอย่างที่กล่าวมาแล้วข้างต้นก็จะหายโดยพลัน เป็นยาปยะโรคหายโดยง่าย

          ลักษณะเรื้อนกวาง เมื่อจะบังเกิดนั้น เกิดขึ้นตามข้อมือและข้อเท้า และกำด้นต้นคอ กระทำให้เป็นน้ำเหลืองลามออกไป ครั้นต้องยาเข้าก็แห้งเข้า บางทีก็หายขาด บางทีก็ไม่หาย แต่ไม่ตามเป็นแต่ลำบาก

          ลักษณะเรื้อนมูลนก  นั้น เมื่อจะบังเกิดนั้นผุดขึ้นมาเป็นแว่นเป็นวงขึ้นตามผิวหนัง เล็กก็มีใหญ่ก็มี มีสีขาวนุง ๆ ขอบนั้นนูน ดูสัณฐานดังกลาก พรรนัย ทำให้คัน ถ้าแก่เข้าลามไปทั้งตัว พยาธิอันนี้หายบ้างมิหายบ้าง

          ลักษณะพยาธิ คือ เรื้อนชื่อว่า วิมาลา เมื่อจะบังเกิดนั้นขึ้นที่หูและกำด้นต้นคอ กระทำให้เปื่อยพุพองให้คัน สัณฐานดุจมะเร็งไปยิ่งคันยิ่งเกา ครั้นวางยาเกาแล้วให้แสบร้อนตามที่เกา ลักษณะของวิมาลานี้หายมากกว่าไม่หาย

         ลักษณะพยาธิ คือ เรื้อนชื่อว่า หูด เมื่อจะบังเกิดนั้นผุดเป็นตุ่ม ๆ ขึ้นทั้งตัว เท่าเมล็ดพริกไทย เท่าเมล็ดถั่วดำ เท่าผลตะขบไทย เท่าผลมะนาวมะกรูดก็มี ติดเต็มไปทั้งตัว อาการมีแต่กระทำให้เมื่อยมึนไปทั้งตัว จะเป็นอันใดหามิได้ ดุจเป็นคนดี ถ้าบุคคลผู้ใดเป็นดังนี้ท่านว่าเป็นพยาธิกามโรค รักษามิหายเป็นอสาทยะพยาธิ แต่จะได้ตายในปัจจุบันนั้นหามิได้ ไปจนถึงกาลมรณะ เมื่อจะถึงกาลอายุแล้วกระทำให้พยาธินั้นแตกออกทุกยอด แล้วเปื่อยเน่าเหม็นดังศพ ดุจกล่าวมาแล้ว จึงถึงกาลอวสานของชีวิตเท่านั้น

         ลักษณะพยาธิ คือ เรื้อนชื่อว่าเกล็ดปลา เมื่อจะบังเกิดนั้น มักขึ้นที่หน้าก่อนแล้วลามมาถึงต้นคอ ลงมาถึงทรวงอกก็มี แล้วลามเป็นเกล็ดไปทั่วทั้งตัว สัณฐานผิวดำ ลักษณะดังกล่าวมานี้มิเป็นไร

          ลักษณะพยาธิ คือ เรื้อนชื่อว่า เรื้อนบอน เมื่อแรกผุดขึ้นมานั้นเป็นรูปรุไปมิใคร่จะเห็น ถึงแม้จะเห็นก็เห็นแต่ขาว ๆ แดง ๆ อยู่ในเนื้อรำไรมิได้เห็นถนัด

          ลักษณะพยาธิ คือ เรื้อนชื่อว่า เรื้อนหิด มักขึ้นทั่วทั้งตัวแล้วลามไป ดุจบุคคลเป็นกลาก

          ลักษณะพยาธิ คือ เรื้อนชื่อว่า เรื้อนดอกหมาก นั้นผุดขึ้นเป็นขาว ๆ ดังดอกหมาก ถ้าเหงื่อออกจะทำให้คัน เกาจนน้ำเหลืองซึมจึงหายคัน

          ลักษณะพยาธิ คือ เรื้อนชื่อว่า เรื้อนมะไฟ ขึ้นเป็นเกล็ดแดงขอบขาว ใหญ่เท่าผลมะไฟ ถ้าบังเกิดแก่บุคคลผู้ใดแล้ว มักกระทำให้ร้อนดุจต้องเพลิง ให้พอง ๆ ขึ้นมา