คัมภีร์ทิพย์มาลา

คัมภีร์ทิพย์มาลา

 ว่าด้วยลักษณะวัณโรคอันบังเกิดภายในนั้น เกิดเพื่อจตุธาตุและตรีสมุฏฐานอันใดอันหนึ่ง ซึ่งจะวิปริตเป็นชาติจะละนะโดยหย่อนพิการ ระคนกันเข้า แล้วตั้งต่อมขึ้นมีประเภทต่าง ๆ ให้บุคคลทั้งพึงเรียนรู้ไปเบื้องหน้าพอแจ้งได้โดยสังเขป ซึ่งมีนามปรากฏโดยย่อนั้น คือ

1. ฝีปลวก                11. ฝีกุตะณะราย

2. ฝีมานทรวง           12. ฝีธนูธรวาต

3. ฝีรากชอน             13. ฝียอดคว่ำ

4. ฝีรวงผึ้ง                14. ฝีมะเร็งทรวง

5. ฝีธรสูตร               15. ฝีธนูทวน

6. ฝีสุวรรณเศียร        16. ฝีทนตกุฏฐัง

7. ฝีทันตะมูลา          17. ฝีราหูกลืนจันทร์

8. ฝีฟองสมุทร          18. ฝีครีบกรต

9. ฝีอุระกะวาต         19. ฝีอัคนีสันทวาต

10 .ฝีดาวดาษฟ้า

ลักษณะฝีปลวกนั้น เมื่อจะบังเกิดกระทำให้เจ็บในทรวงอก ที่ตั้งแห่งหัวใจ ตลอดไปตามสันหลัง แล้วให้ผอมเหลือง ให้อาเจียนออกมาเป็นโลหิต ให้ไอเหม็นคาวคอบริโภคอาหารมิได้ นอนมิหลับ

ลักษณะวัณโรคบังเกิดภายในชื่อว่าฝีกุตะณะราย เมื่อจะบังเกิดให้ตึงแน่นในทรวง  อาการกระทำพิษกลางคืนมากกว่ากลางวัน ให้จับสะบัดร้อนสะบัดหนาวไปทั้งตัว บริโภคอาหารมิได้นอนมิหลับ

ลักษณะวัณโรคอันบังเกิดภายใน ชื่อว่าฝีมานทรวง เมื่อจะบังเกิดกระทำให้ยอกเสียด หายใจขัดในทรวงอก เจ็บกลางวันกลางคืน ให้ไอเป็นเสมหะเหนียวซูบผอม ให้แน่นหน้าอกเป็นกำลัง

       ลักษณะวัณโรคอันบังเกิดภายในอันชื่อว่า ธนูธรวาตนั้นเมื่อจะบังเกิด ย่อมกระทำให้เจ็บหน้าอกคลอดสันหลังให้ปวดขมเป็นกำลัง ให้เมื่อยทุกข้อทุกกระดูก ทำให้วิงเวียน  บางทีทำให้ขัดอุจจาระปัสสาวะ ให้ท้องขึ้นมิรู้วาย ให้ยอกเสียดจุกแดกที่ยอดอก ซูบผอมบริโภคอาหารไม่มีรส ให้ตาแข็งนอนมิหลับอาการกระทำให้ปวดกลางคืนมากกว่ากลางวัน มีพิษต่าง ๆลักษณะวัณโรคอันบังเกิดภายในอันชื่อว่า ฝีรากชอน เมื่อจะบังเกิดนั้น กระทำให้บวมลำขึ้นไปตามเกลียวปัตคาด ให้จับสะท้านร้อนสะท้านหนาว ให้ขนลุกชันทุกขุมขน ให้ตัวแข็งกระด้างจะลุกนั่งให้ยอกเสียดไหวตัวมิได้

       ลักษณะวัณโรคอันบังเกิดภายในอันชื่อว่า ฝียอดคว่ำนั้น เมื่อจะบังเกิดทำให้ปวดอยู่ที่ท้องน้อย ล่วงลงไปถึงทวารหนัก ให้ปวดตลอดไปหน้าตะโพก ให้เจ็บเป็นเวลา สะบัดร้อนสะท้านหนาว ให้ปวดแต่กลางคืน ถ้ากลางวันคลายไปหน่อยหนึ่ง กระทำพิษต่าง ๆ

       ลักษณะวัณโรคอันบังเกิดภายในอันชื่อว่า ฝีรวงผึ้งนั้น เมื่อจะบังเกิดกระทำให้แน่นชายตับเบื้องขวา ให้ยอกตลอดสันหลัง ให้ตัวเหลืองหน้าเหลือง ตาเหลืองดุจขมิ้น ปัสสาวะเหลืองดุจน้ำรักให้จับสะพัดร้อนสะท้านหนาวให้มึนตึงให้เมื่อยทุกข้อทุกกระดูกให้อิ่มไปด้วยลมบริโภคอาหามิได้       

       ลักษณะวัณโรคอันบังเกิดภายในอันชื่อว่า ฝีมะเร็งทรวงนั้น เมื่อจะบังเกิดกระทำให้เป็นมูกเลือดหลายครั้งหลายหนดุจเป็นบิดแล้วก็หายไป อยู่ ๆ ก็กลับมาเป็นเล่า ให้ปวดขัดยอกเสียดจุกแตกแน่นหน้าอกเป็นกำลัง ยอกตลอดสันหลัง ให้วิงเวียน หอบไอ หิวหาแรงมิได้ซูบผอมมักให้คลั่นตัวให้เมื่อยทุกข้อทุกกระดูก

        ลักษณะวัณโรคอันบังเกิดภายในอันชื่อว่า ฝีธรสูตร์นั้น เมื่อจะหูดร้ายนัก เมื่อแตกออกมีสัณฐานดังดอกลำโพง แล้วเปื่อยลามเข้าไปถึงลำคอ มีน้ำเหลืองมากกว่าหนอง มีพิษกล้ายิ่งนัก กระทำให้ปวดแต่ต้นคางขึ้นไปกระหม่อม ฟกบวมออกมาภายนอกให้จับสะบัดร้อนสะบัดหนาว ให้บริโภคอาหารมิได้ แพทย์มิรู้ถึงก็ว่ามะเร็งรำมะนาด ย่อมตายเสียเป็นอันมาก ถ้าจะแก้ให้แก้แต่ยังมิแตกยังอ่อนอยู่

          ลักษณะวัณโรคอันบังเกิดแต่ภายในอันชื่อว่า ทันตะมูลาบังเกิดขึ้นในแก้มซ้ายและแกมขวานั้น เมื่อแรกเกิดนั้นดูอาการและประเภทดุจปูนกัดปาก ดูสัณฐานดังฉะลุกะเข้าเกาะจับอยู่ตามกระฟุ้งแก้มนั้น มีพรรณแดงดังสีเสนอ่อน ๆ และกระทำอาการให้แสบร้อนในกระฟุ้งแก้ม แล้วกระทำให้แก้มนั้นเป็นเหน็บและชา บางทีให้ฟกบวมออกมาภายนอก มียอกนั้นบานดังดอกลำโพง เป็นหนอง ๑ ส่วนและน้ำเหลือง ๒ ส่วน ถ้าผู้ใดเป็นดังกล่าวมานี้ ก็เป็นกรรมของบุคคลผู้นั้นจะได้ ๑ ส่วนเสีย ๒ ส่วน ถ้าจะแก้ควรแก้แต่ยังไม่ทะลุออกมาภายนอก แต่ยังอ่อนอยู่นั้น

          ลักษณะวัณโรคอันเกิดแต่ภายในอันชื่อว่า ราหูกลิ่นจันทร์อันบังเกิดในต้นลิ้นนั้น มีสัณฐานดังพระวงพระจันทร์ ต่อเมื่ออ้าปากออกจึงจะแลเห็นครึ่งหนึ่ง ลับเข้าไปอยู่ในลำคอมิได้เห็นนั้นครึ่งหนึ่งกระทำให้ฟกบวมในลำคอเป็นกำลัง จะบริโภคข้าวน้ำก็มิได้ ให้สำลักขึ้นไปบนจมูกทุกที ถ้าโรคแก่เจริญขึ้น ให้แดงดุจผลมะเดื่อชุมพรที่สุกแดง ให้มีพิษเจ็บยิ่งนัก ให้จับสะบัดร้อนสะท้านหนาว จะเจรจาก็มิได้ มีหนองและน้ำเหลืองกึ่งกัน ถ้าผู้ใดเป็นดุจประเภทนี้แล้วท่านว่าจะเสีย ๑ ส่วนได้ ๑ ส่วน ถ้าจะแก่ให้แก้แต่ยังอ่อน

         ลักษณะวัณโรคอันบังเกิดแต่ภายในอันชื่อว่าฟองพระสมุทร บังเกิดเพื่อวาโยโลหิตระคนกันข้นในคอต้นขากรรไกร เมื่อแรกขึ้นมีสัณฐานดังหลังเบี้ย ถ้าขึ้นขวาตัวผู้ ถ้าซ้ายตัวเมีย มีอาการกระทำให้เจ็บในลำคอเป็นกำลัง จะกลืนข้าวน้ำมิได้ ให้เจ็บปวดดังจะขาดใจถ้ายาถูกก็เกลื่อนหายไป ถ้ายามิถูกก็แก่กล้าเป็นหนอง มีความเวทนาเป็นอันมาก แล้วกระทำพิษให้จับสะบัดร้อนสะบัดหนาว ดุจไข้จับให้เชื่อมมัว ให้ร้อนแต่ศีรษะตลอดจนปลายเท้า จะได้เหมือนไข้เหนือสันนิบาตนั้นก็หามิได้ ให้ทุรนทุรายไปจนกว่าหนองจะแตกวัณโรคอันนี้รักษาได้ไม่ตาย

          ลักษณะวัณโรคภายในอันเชื่อว่า ครีบกรด นั้นอันบังเกิดขึ้นตามครีบลิ้นนั้น เมื่อแรกจะขึ้น มีสัณฐานเท่าเมล็ดถั่วเขียวและเมล็ดงาแข็งขึ้นมาเหมือนเม็ดหูดแล้วก็เจริญขึ้น มีพรรณแดงดังชาติจิ้มมีอาการกระทำให้ลิ้นนั้นกระด้างคางแข็ง ให้เจ็บ ๆ คัน ๆ ท่านให้เร่งเกลื่อนเสียแต่ยังอ่อนอยู่ อย่าให้ทันยอดแตกออกได้ ถ้าเจริญแก่เข้าแล้วก็แตกออกเปื่อยลามเป็นขุม ๆ มีประเภทเหมือนยวงกระท้อนลามไปในลิ้นพื้นบนและพื้นล่าง บางทีบวมทะลุลงไปใต้คางให้เป็นหนองและโลหิตมิได้ขาดเหม็นเหมือนซากศพ ถ้าผู้ใดเป็นก็เป็นกรรมของผู้นั้น

          ลักษณะวัณโรคอันเกิดแต่ภายในอันชื่อว่า อุระคะวาด อันบังเกิดขึ้นตามกระดูกสันหลังข้างในนั้น บางทีขึ้นตรงกระดูก บางทีขึ้นระหว่างกระดูก ตั้งแต่เบื้องบนถึงที่สุดแห่งกระดูกสันหลังข้างในเบื้องต่ำ วัณโรคอันนี้เมื่อจะบังเกิดนั้นเป็นเหตุด้วยลมสุนทรวาดพัดเตโชอาโปธาตุมิได้เสมอกันตามปกติ จึงบังเกิดวิทราธิโรคขึ้นให้เจริญไปถึงวรรณะ มีประเภทและกระทำพิษต่าง ๆ บางทีให้จุกเสียด บางทีให้ขัดอุจจาระปัสสาวะ บางทีทำให้ลงดุจเป็นบิดมีเสมหะโลหิตระคนให้ปวดมวนเป็นกำลัง แต่เป็นดังนี้ถึง ๒๓ ครั้งก็หายไป ให้เจ็บอุระและชายสะบักดังบุคคลเอาหอกมาปักและดูดไว้ด้วยกอก ให้ขัดยอกทั่วสรรพางค์กาย และให้จับสะบัดร้อนสะท้านหนาวให้นอนมิหลับ บริโภคอาหารมิได้ ให้ตาแดงดังสายโลหิต บางทีให้บวมแต่ไหล่จนถึงเอว ให้ร้อนเป็นกำลัง และให้เจ็บทุกข้อทุกกระดูกสันหลังข้างนอก ถ้ารู้มีย่อมตายเสียเป็นอันมาก ถ้าจะรักษาแต่ยังอ่อนอยู่

         ลักษณะวัณโรคอันเกิดแต่ภายในอันชื่อว่า สุนทรวาด ย่อมบังเกิดขึ้นในต้นขั้วกระเพาะปัสสาวะข้างใน เหตุด้วยแม่ ทรางอันขึ้นประจำอยู่ในกะเพาเบานั้น อันแพทย์รักษาไปมิได้หายสนิทแต่ยังเป็นกุมารอยู่นั้น ครั้นเจริญใหญ่ขึ้น วาโยซึ่งพดขับปัสสาวะนั้นพัดมิได้สะดวกจึงตั้งเป็นยอดขึ้น บางทีเป็นด้วยลมกระทบฟกช้ำและบวมขึ้น วัณโรคจึงบังเกิดเป็นต้น วัณโรคอันนี้บังเกิดแต่กองปัถวีวาโยระคนกันมี

        ประเภทกระทำนั้นต่าง ๆ กัน บางทีฟกบวมออกมาจากภายนอกแข็งเป็นดานตามฝีเย็บ มักให้บวมเป็นกำลัง ให้ปัสสาวะหยดย้อยไป บางทีเป็นหนองและโลหิต ไหลออกมาทางช่องปัสสาวะ บางทีก็แดงออกมาภายนอกดุจผลมะไฟ แล้วแตกออกเป็นหนองและโลหิตก็มี บางทีน้ำปัสสาวะเดินทางช่องแผลก็มี บางทีปัสสาวะขัดเข้าเป็นลิ่มเป็นก้อนก็มี วัณโรคเช่นนี้รักษายากนัก

        ลักษณะวัณโรคอันบังเกิดภายในอันชื่อว่า ดาวดาดฟ้า ย่อมบังเกิดขึ้นด้วยกองอาโปธาตุ คือน้ำลาย น้ำเสมหะ น้ำโลหิต ทั้ง ๓ นี้พิการระคนกันเข้า จึงได้บังเกิดเป็นเม็ดยอดขึ้นภายในทั่วไปทั้งตับปอดหัวใจ ไส้น้อยไส้ใหญ่ทั้งปวง จะได้มีกำหนดนั้นหามิได้ แล้ววัณโรคอันนี้เกิดเป็นอุปปาติกะวัณบังเกิดด้วยอาโปธาตุ จะตั้งขึ้นที่ใดก็ให้เจ็บที่นั้นดุจไม้ยอกและหอกปัก ถ้ามิฉะนั้นดุจตะขาบแมลงป่องขบกัด และจะให้ฟกบวมขึ้นมาภายนอกนั้นหามิได้ มีประเภทกระทำให้จับเชื่อมมัวสะบัดร้อนสะบัดหนาว ผอมเหลือง, ถ้าแก่เข้าจะให้จุกแน่นหน้าอกให้อาเจียนแต่น้ำลายเหนียว ให้หอบให้สะอึกให้บวมเท้า ให้ลงเป็นหนองและโลหิตเน่า ให้ปวดมวนเป็นกำลัง รักษายากนัก